พื้นลามิเนตในบ้าน อาจจะเป็นพิษทำร้ายคุณ

รายการข่าวชั้นนำรายงานว่าเมื่อเร็ว ๆ จีนได้ทำพื้นลามิเนตซึ่ง อาจมีผลระดับที่ไม่ปลอดภัยและเป็นสาเหตุ ของการก่อให้เกิดมะเร็งฟอร์มาลดีไฮด์ ในบางกรณีแสดงรายงาน ว่าลามิเนตสามารถปล่อยสารฟอร์มาลดีไฮด์ ในระดับที่มากกว่า 13 เท่าของ ขีดจำกัดทางกฎหมายในรัฐแคลิฟอร์เนีย แม้ว่ามันจะได้รับการระบุว่าเป็นไปตามมาตรฐานที่รัฐบาลแคลิฟอร์เนีย กำหนด ซึ่งทางรัฐบาล เรียกตรวจสอบเจ้าของบ้านที่ติดตั้งพื้นลามิเนต และผู้จัดจำหน่ายหรือติดตั้ง ซึ่งมีรายงานว่า มีมาก ถึง100 ใน 1000 หลังคาเรือน

ฟอร์มาลดีไฮด์เป็นสารประกอบอินทรีย์ ที่ระเหยเกิดขึ้นตามธรรมชาติ (VOC) มักพบในพืชผักผลไม้และแม้กระทั่งสัตว์และมนุษย์ ฟอร์มาลดีไฮด์เป็นสารธรรมชาติที่อยู่ในอากาศในที่ร่มและกลางแจ้งในระดับที่ต่ำมาก แบบสังเคราะห์ของฟอร์มาลดีไฮด์เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตเป็นสารเคมีที่ใช้เป็นกาวในเฟอร์นิเจอร์และพื้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่น ๆ

หลังจากที่ได้มีการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีฟอร์มาลดีไฮด์ ยังคงปล่อยสารที่ไม่มีสี (มีกลิ่นฉุน) ก๊าซในอากาศ แบบนี้เรียกว่า “แก๊สปิด” – เป็นก๊าซที่ระเหยในอากาศ หรือเกาะตัวซึมเข้าไป กับเนื้อวัสดุบางส่วน แก๊สปิด จะไม่เกิดปัญหามลพิษหากมีการใช้ผลิตภัณฑนั้นกลางแจ้ง แต่ในบ้านก๊าซที่ปล่อยออกมาอาจสร้างขึ้นได้อย่างรวดเร็ว กระบวนการ “แก็สปิด”นี้ เพิ่มขึ้นเมื่ออุณหภูมิสูงกว่า 72 องศาฟาเรนไฮต์และ / หรือระดับความชื้นปีนขึ้นไปสูงกว่า 50% แม้ว่าระดับของการปล่อยก๊าซฟอร์มาลดีไฮด์ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป อย่างไรก็ตามแก๊สปิดอาจจะยังคงลงเหลือในอากาศเป็นเดือนและแม้กระทั่งเป็นปี

อันตรายที่อาจเกิดจากการสัมผัสกับฟอร์มาลดีไฮด์ทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว

ผลในระยะยาวและในระยะสั้น

ผลในระยะสั้น: เมื่อฟอร์มาลดีไฮด์อยู่ในอากาศในระดับเกินกว่า 0.1 ส่วนต่อล้าน (PPM) บางคนพบอาการระบบทางเดินหายใจผิดปกติ รวมทั้งแสบตาจมูกและลำคอ หรืออาการอื่น ๆ ได้แก่ ไอ, หายใจมีเสียงคลื่นไส้และการระคายเคืองผิวหนัง

ผลระยะยาว: หน่วยงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของสหรัฐ (EPA) ได้ระบุไว้ว่าฟอร์มาลดีไฮด์มีความน่าจะเป็น “สารก่อมะเร็งในมนุษย์.”

วิธีการลดระดับที่มีอยู่ของฟอร์มาลดีไฮด์

ถ้าสารฟอร์มาลดีไฮด์ อยู่ในพื้น หรือพื้นที่ในห้อง เป็นสาเหตุให้คุณป่วย คุณก็ทำการย้ายหรือ ลดสาเหตุ ก็ถือว่าเป็นการลดระดับสารฟอร์มาลดีไฮด์อีกอย่างหนึ่ง

การระบายอากาศที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังจะช่วยลดระดับสารฟอร์มาลดีไฮด์ที่มีอยู่ วิธีที่ดีที่สุดเพื่อเพิ่มการระบายอากาศโดยการเปิดประตูและหน้าต่างหรือการใช้พัดลมดูดอากาศ

วิธีการลดความเสี่ยงของสารฟอร์มาลดีไฮด์

ผลิตภัณฑ์ระบายอากาศ เมื่อซื้อและติดตั้งในพื้นใหม่ (หรือผลิตภัณฑ์ไม้คอมโพสิตอื่น ๆ ) ควรให้ผลิตภัณฑ์ตั้งอยู่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก เช่นในโรงรถหรือพื้นที่อื่น ๆ ที่ปกคลุมไปไม่กี่วัน ซึ่งจะช่วยให้สารฟอร์มาลดีไฮด์และสารมลพิษอื่น ๆ ที่จะระบายก๊าซพิษ ก่อนที่สินค้าจะถูกนำเข้ามาในบ้าน หรือระบายอากาศหลังจากการติดตั้ง การระบายอากาศที่เหมาะสม จะช่วยกำจัด แก๊สพิษ การเปิดหน้าต่าง เปิดระบบระบายอากาศกลาง หรือใช้พัดลมดูดอากาศให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

การทำความสะอาดอากาศ โดยใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง และมีคุณภาพสูง ที่จะกรองสารฟอร์มาลดีไฮด์จากอากาศภายในอาคาร ก่อนที่จะสูดดมเข้าร่างกาย ถึงแม้การทำความสะอาดอากาศอาจจะไม่ช่วยมากเท่าไรหาก ถ้าแหล่งที่มาไม่ถูกกำจัดเสียก่อน

โปรดจำไว้ว่านอกเหนือไปจากพื้นลามิเนตและเฟอร์นิเจอร์ฟอร์มาลดีไฮด์ ยังพบในปูพรม, เครื่องสำอางค์และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ รอบบ้านของคุณ วิธีที่ดีที่สุดเพื่อป้องกันตัวเองและบ้านของคุณจากการได้รับก๊าซฟอร์มาลดีไฮด์มากเกินไป คือการเรียนรู้วิธีป้องกันสารพิษร้ายนี้

 

 

IQAir HealthPro First Class Performance in Independent Consumer Product Test

The following are passages taken from the air purifier test published in a recent issue of “test”*, Germany’s leading independent consumer product test magazine.

The consumer organisation that publishes “test”, the independent foundation Stiftung Warentest specially commended the IQAir HealthPro 250. It was the only device out of ten international air cleaners to receive the top mark “very good” for the removal of airborne particulates. In North America the HealthPro 250 is sold under the model name HealthPro 250.

Test Setup
“To test the removal efficiency for dust and pollen, each [air filtration] unit was switched on in a test chamber with an air volume of ca. 20 m3 [approx. 706 cubic feet]. A measuring device then recorded the amount and size of the particles removed from the air after a given time. The readings recorded particles of a diametre of between 0.3 and 10 microns (one micron is one thousandth of a millimetre). Therefore also minuscule, possibly allergy-causing particles were counted. The particles were generated by the mechanical smoking of filterless cigarettes.”

Result
“The IQAir model was “very good” at removing these particles […]. “That is to say, after 15 minutes around 85% of all dirt particles of even 0.5 to 1.5 microns in size had already been removed.
“The [best of the other] units … only removed about half as many particles in comparable conditions.”

Recommendation
“[One of the air cleaners] carries a seal of approval ‘suitable for allergy sufferers’. However, as the test revealed, other units were equally “good” and the IQAir even better.”

“Our advice:The best air cleaning effect for airborne particles was achieved by the IQAir …”

Test Marks
Overall test result “good”

STIFTUNG WARENTEST: GUT
IQAir HealthPro 250
im Luftreiniger – Test

Filtration efficiency for particulates: VERY GOOD

Filtration efficiency for gases: GOOD

*Stiftung Warentest, test 9/98

ทำไมเครื่องฟอกอากาศ IQAir เป็นเครื่องฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

IQ Air เป็นเครื่องฟอกอากาศที่ผลิตในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และ ได้ผ่านการรับรองจากหลายสถาบันของยุโรปและอเมริกา เป็นเครื่องฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

1.คุณภาพ IQ Air

  • ตัวเครื่องทำด้วยวัสดุ ABS ชนิดเดียวกับวัสดุคอมพิวเตอร์ แข็งแรง ทนทาน ใช้งานนานกว่า
  • ไส้กรองสามารถใช้งานได้นานกว่า ยี้ห้ออื่นๆ
  • มอเตอร์พัดลมแข็งแรง ใช้งานได้นานมากกว่า รองรับการเปิดใช้งาน 12 hrs./day
  1. ดีไซด์ตัวเครื่อง IQ Air
  • ดีไซด์ตัวเครื่อง ได้จดลิขสิทธิ์เฉพาะ IQ Air เท่านั้น
  • ด้วยการออกแบบที่อัจฉริยะ อากาศสามรถหมุนเวียนเข้าได้ทางเดียว และกรองอากาศออกได้ 360 องศา
  • หน้าจอแสดงผลอัจฉริยะ แบบ LEDs กำหนดเวลาเปิดปิดได้ พร้อมบอกค่าอายุการใช้งานตัวกรอง
  • Model เครื่องที่สวยงาม เรียบหรู และไม่มีการเปลี่ยนแปลงModel ให้เรายังคงใช้งานนานยิ่งขึ้น
  1. ประสิทธิภาพ IQ Air
  • เทคโนโลยี ตัวกรอง HyperHEPA H12/H13 เกรดโรงพยาบาล ซึ่งมีเฉพาะ IQ Air
  • กรองอนุภาคขนาดเล็กมากกว่า 0.003 ไมครอน ได้ถึง 99.5% (เล็กกว่า100 เท่า ของขนาดไวรัส / แบคทีเรีย)
  • ประสิทธิภาพการกรองยังคงเสถียร เเละยังคงมีประสิทธิภาพ แม้เปิดใช้งานเป็นระยะเวลานานติดต่อกัน
  • มีตัวกรองสารเคมี กลิ่น V5 Cell ที่ใช้เทคโนโลยี Actived Carbon ขนาด 2.5 kg. กรองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  1. การทดสอบและรับรอง
  • ตัวกรอง HyperHEPA IQAir เป็นเครื่องกรองอากาศ แห่งแรกของโลกที่ได้รับการทดสอบและรับรองจาก EN1822 มาตรฐานยุโรป

ซึ่งเข้มงวดมากที่สุด

  1. รางวัลต่างๆ
  • IQAir ได้ร่วมมือกับสมาคมอเมริกันปอดที่จะต่อสู้กับมลพิษทางอากาศ เพื่อสร้างความตระหนักเกี่ยวกับปัญหาคุณภาพอากาศภายในอาคาร
  • ประเทศที่ใช้ IQ Air หลายประเทศเกือบทั่วโลกใช้ IQ Air โดยเฉพาะ โรงพยาบาลใน HK ใช้ IQ Air มากกว่า 80%

Independent laboratory test confirms: IQAir’s HyperHEPA® is best technology

Independent laboratory test confirms: IQAir’s HyperHEPA® is best technology

ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ของ Interbasic Resources, Inc. ได้จัดซื้อเครื่องฟอกอากาศจำนวนหนึ่งในท้องตลาดเพื่อนำมาทดสอบประสิทธิภาพในการกรองอากาศ มีเพียง IQAir® HealthPro® Plus เท่านั้น (ในยุโรปและเอเชีย คือรุ่น IQAir® HealthPro® 250) สามารถดักจับอนุภาคทุกชนิดได้มากกว่า 99% นับตั้งแต่รุ่น Allergen 100 ที่มีลักษณะในการกรองอนุภาคที่เฉพาะจนถึงรุ่น HealthPro® Plus/250 ทุกรุ่นของ IQAir® ให้ผลลัพธ์ที่เหมือนกัน

การทดสอบเครื่องฟอกอากาศ 4 ประเภท ที่ได้ผลดีที่สุด ตามลำดับ

  • IQAir® HealthPro® Plus เท่านั้น (ในยุโรปและเอเชีย คือรุ่น IQAir® HealthPro® 250)
  • เครื่องฟอกอากาศแบบ Synthetic HEPA
  • เครื่องฟอกอากาศแบบ Fan-powered electronic
  • เครื่องฟอกอากาศแบบ Fanless electronic

คุณประโยชน์หลักของเครื่องฟอกอากาศประสิทธิภาพสูง

ในขณะที่ประสิทธิภาพสูง ไม่ใช่ตัวชี้วัดความสามารถของเครื่องฟอกอากาศเพียงอย่างเดียว มันเป็น 1 ในลักษณะที่สำคัญที่สุด  เครื่องฟอกอากาศจะมีประสิทธิภาพสูง ต้องแน่ใจว่า:

  1. ผู้ใช้อยู่ในระยะที่เหมาะสมกับเครื่องฟอกอากาศ
  2. ประสิทธิภาพในการกรองยังคงสูงสุด แม้จะตั้งความเร็วของอัตราการไหลเวียนของลมที่ค่าต่ำสุด
  3. มลภาวะที่ถูกดักจับจะอยู่ภายในตัวกรองไม่หลุดกลับเข้ามาสู่ภายในห้อง

IQAir’s efficiency never decreases – it actually increases with usage

ผลการทดสอบเครื่องฟอกอากาศในเงื่อนไขใหม่ การทดสอบแสดงถึงประสิทธิภาพของเครื่องฟอกอากาศทุกเครื่องที่ถูกทดสอบว่าประสิทธิภาพจะลดลงอย่างรวดเร็ว เมื่อเวลามากขึ้นเครื่องฟอกอากาศจะดักจับอนุภาคในอากาศได้น้อยลงและอนุภาคเหล่านั้นจะกลับเข้ามาในอากาศอีกครั้ง

ยกเว้นเครื่องฟอกอากาศ IQAir เท่านั้นที่ประสิทธิภาพยังคงเดิม

เครื่องฟอกอากาศแบบ Electrostatic จำเป็นต้องทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอซึ่งทำให้สูญเสียประสิทธิในการทำงาน สำหรับประสิทธิภาพของเครื่องฟอกอากาศ IQAir อยู่คงที่ แม้จะไม่มีการบำรุงรักษาตัวกรองก็ตาม และไม่ปล่อยอนุภาคที่ถูกดักจับไว้ออกมาสู่สิ่งแวดล้อม นั่นเป็นหนึ่งเหตุผลหลักว่าทำไม IQAir กับเทคโนโลยีตัวกรอง HyperHEPA จึงถูกใช้ในการควบคุมการติดเชื้อในสภาวะแวดล้อมของโรงพยาบาลทั่วโลก

 

WHO คาดปัญหามลพิษจะคร่าชีวิตประชาชนปีละ 7 ล้านคน

องค์การอนามัยโลกออกรายงานเตือนว่า มลพิษทางอากาศทั่วโลกที่ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นับตั้งแต่มีการสำรวจเมื่อ 2 ปีก่อน อาจเป็นเหตุให้ประชาชนเสียชีวิตปีละ 7 ล้านคน โดยข้อมูลคุณภาพอากาศใน 795 เมืองจาก 67 ประเทศระหว่างปี 2551-2556 ระบุว่า กว่า 80% ของประชาชนในเมืองใหญ่ทั่วโลกต้องใช้ชีวิตท่ามกลางอากาศคุณภาพย่ำแย่ ทำให้เสี่ยงเป็นโรคมะเร็งปอดมากขึ้น รวมถึงโรคอื่น ๆ ที่อันตรายถึงชีวิต
ผู้อำนวยการฝ่ายปัจจัยสุขภาพสาธารณะ สิ่งแวดล้อม และสังคมขององค์การอนามัยโลก  เเจ้งว่านี่คือปัญหาด้านสาธารณสุขที่ยิ่งใหญ่ และจำเป็นต้องให้ความรู้ เพิ่มมาตรการ และให้ประเทศต่างๆ ติดตามคุณภาพอากาศ เพื่อดำเนินการในสิ่งที่จำเป็นในการลดผลกระทบด้านลบต่อสุขภาพของประชาชน

นอกจากนี้ ผลการสำรวจจากปี 2557 พบว่า มีเมืองใหญ่อีกว่า 1,300 แห่งทั่วโลก ที่กำลังประสบปัญหาด้านมลพิษทางอากาศ แต่จากผลการสำรวจในปีล่าสุดเผยให้เห็นว่า ทั่วโลกกำลังเผชิญกับปัญหามลพิษทางอากาศยังรุนแรงมากขึ้นถึง 3,000 แห่งจาก 103 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างนี้ยิ่งในประเทศอินเดียและจีน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วพบว่า ในกลุ่มประเทศยากจนมีเพียงร้อยละ 2 เท่านั้น ที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามที่องค์การอนามัยโลกกำหนด ในขณะที่คุณภาพอากาศในเขตเมืองของประเทศร่ำรวย (ประเทศที่เจริญแล้ว) จัดอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานราวร้อยละ 44 %

มลพิษทางอากาศสามารถฆ่าเราได้ด้วยโรคเหล่านี้

โรคหัวใจ: มีการศึกษาโดยนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเบิร์กลีย์ กล่าวว่าการได้รับสารมลพิษทางอากาศมีผลชื่อมโยงกับการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากโรคหัวใจขาดเลือด ซึ่งจะลดปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ ซึ่งโรคหัวใจเป็นสาเหตุอันดับ 1 ของการเสียชีวิตในสหรัฐอเมริกา

โรคมะเร็ง : ตามที่สมาคมโรคปอดอเมริกาศึกษาประมาณการว่า 223,000 คนทั่วโลก ตายในแต่ละปีจากโรคมะเร็งปอดที่เกิดจากมลพิษทางอากาศ  หน่วยงานระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยโรคมะเร็งได้ระบุว่าอนุภาคของมลพิษทางอากาศเป็นสารก่อมะเร็งได้

โรคหอบหืด: มีมากกว่า 250,000 ทั่วโลก เสียชีวิตจากโรคหอบหืด ซี่งในจำนวนนี้ มีผู้เสียชีวิตจากโรคหอบหืด 3,000  เเต่ละปีในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากมลพิษทางอากาศเเละเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหอบหืด

ปอดอุดกั้นเรื้อรัง :  มลพิษทางอากาศเป็นสาเหตุของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) โรคที่พบบ่อยที่สุดคือโรคถุงลมโป่งพองและโรคหลอดลมอักเสบ  โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ฆ่าคนอเมริกันตายในปี 2009 ถึง 133,965  ตามที่ศูนย์สหรัฐฯสำหรับควบคุมและป้องกันโรคเเจ้งไว้

สำนักข่าว :MGR online

Air pollution affects likelihood, severity of flu

As many as one in five adults become sick with the flu in the U.S. every year, and more than 200,000 are hospitalized due to flu-related complications. If you live an area with high levels of air pollution, you may run an even greater risk of getting sick with the flu. What’s more, if you get the flu your symptoms are likely to be more severe.

Here’s what you should know about the link between the air you breathe and the flu:

1. Breathing air pollution increases your chances of getting sick with the flu.

Multiple studies have confirmed that exposure to elevated levels of air pollution increases the likelihood that you will become sick with influenza. Some of the specific pollutants associated with an increase in influenza cases include PM10 particulates, diesel exhaust, nitric oxides, sulfur dioxide and ozone.

Researchers believe that airborne pollution particles provide “condensation nuclei” to which virus droplets attach. These particles – with virus particles attached – remain airborne longer, allowing the virus to travel much farther than the distance covered when you sneeze.

  • PM10 and other pollutants: A group of scientists in Hong Kong investigated the relationship between pollution levels and hospital admissions for asthma, pneumonia and influenza. They found the rate of admissions for these conditions increased when levels of nitrogen oxide, ozone and particulate matter (PM10) increased. The increased risk was highest for those more than 65 years of age.
  • Diesel exhaust: A group of scientists in the U.S. studied the effects of breathing diesel exhaust on the likelihood of getting sick after being exposed to the flu virus. After half of the group was exposed to diesel exhaust for two hours, subjects in the study were given a live flu vaccine and their responses were carefully measured. Viral RNA levels were significantly higher in those who breathed the diesel exhaust for two hours.

2. If you have the flu, air pollution may make your symptoms worse.

Allergists say polluted air makes symptoms of the flu feel worse for those who are already sick. Pollution particles rub against the bronchial tubes and create inflammation and irritation similar to (and adding to) flu symptoms. This is especially apparent in high-pollution areas where pollution levels often peak during flu season.

Human cells respond to both pollutants and viruses by releasing chemicals called cytokines. Cytokines are proteins that serve as messengers for communications between the body’s cells. The chemicals are released by the body’s immune system, and cause inflammation and the release of fluids.

Steps you can take this flu season

It’s important to remember that the flu is a contagious disease that can lead to hospitalization and even death. Everyone can help by taking three actions to protect yourself and others from influenza:

1. Take the time to get a flu vaccine. This is the most important step in protecting against flu viruses, and is recommended yearly.

2. Take everyday preventive action to stop the spread of germs. Along with hygienic steps, this also includes the use of a high-performance air purifier such as the IQAir HealthPro 250 to remove airborne viruses.

3. Give your immune system a boost. Your immune system needs sufficient levels of zinc and other micronutrients to function effectively. Herbal supplements such as echinacea and probiotics may also help strengthen your body’s immune system.

The more you know about the flu, how it spreads, and how it can be treated, the better your chances to avoid becoming infected and spreading the flu to others. For more information on what to do if you get sick with the flu, visit the CDC

NEWS: Polluted air causes 5.5 million deaths a year.

More than 5.5 million people worldwide are dying prematurely every year as a result of air pollution, according to new research.

Most of these deaths are occurring in the rapidly developing economies of China and India.

The main culprit is the emission of small particles from power plants, factories, vehicle exhausts and from the burning of coal and wood.

The data was compiled as part of the Global Burden of Disease project.

Scientists involved in the initiative say the statistics illustrate how far, and how fast, some nations must travel to improve the air their citizens breathe.

 “In Beijing or Delhi on a bad air pollution day, the number of fine particles (known as PM2.5) can be higher than 300 micrograms per cubic metre,” explained Dan Greenbaum from the Health Effects Institute, in Boston, US.

“The number should be about 25 or 35 micrograms.”

Breathing in tiny liquid or solid particles can increase the risk of heart disease, stroke, respiratory complaints and even cancer. And while developed nations have made great strides in addressing this problem these past few decades, the number of citizens dying as a result of poor air quality in developing countries is still climbing.

According to the study, air pollution causes more deaths than other risk factors like malnutrition, obesity, alcohol and drug abuse, and unsafe sex. The Global Burden of Disease project puts it as the fourth greatest risk behind high blood pressure, dietary risks and smoking.

BCC NEWS:

มลพิษทางอากาศคร่าชีวิตปีละ 5.5 ล้าน

 มลพิษทางอากาศคร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกไปมากถึงปีละ 5.5 ล้านคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่เศรษฐกิจกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว เช่น จีน และอินเดีย

ข้อมูลจากผลการวิจัยครั้งใหม่ พบว่า มีประชาชนทั่วโลกมากกว่า 5.5 ล้านคน เสียชีวิตก่อนวัยอันควรเป็นประจำทุกปี อันเนื่องมาจากมลพิษทางอากาศ โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในประเทศกำลังพัฒนาที่มีเศรษฐกิจขยายตัวอย่างรวดเร็ว เช่นจีน มีผู้เสียชีวิต 1.6 ล้านคน และอินเดีย 1.3 ล้านคน จากข้อมูลเมื่อปี 2556 ซึ่งปัญหาหลัก ๆ มาจากการปล่อยฝุ่นละอองที่มีอนุภาคขนาดเล็กจากโรงไฟฟ้า โรงงาน ไอเสียรถยนต์ และจากการเผาไหม้ของถ่านหินและป่าไม้ สถิติดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งรายงานโครงการศึกษาภาระโรคระบาดโลก

นักวิทยาศาสตร์ที่เข้าร่วมในโครงการดังกล่าว ระบุว่าสถิติดังกล่าวเป็นตัวอย่างให้เห็นว่า หลายประเทศต้องเดินหน้าไปสู่การปรับปรุงสภาพอากาศที่ประชาชนของตัวเองหายใจ แดน กรีนบวม จากสถาบันผลกระทบสุขภาพ ในเมืองบอสตัน สหรัฐ อธิบายว่า ในกรุงปักกิ่ง หรือนิวเดลี ในวันที่สภาพมลพิษทางอากาศเลวร้าย จะมีจำนวนอนุภาคขนาดเล็กของฝุ่น หรือที่เรียกว่า ค่ามาตรฐานฝุ่นละอองขนาดเล็ก 2.5 ไมครอน หรือพีเอ็ม 2.5 พุ่งสูงกว่า 300 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรทั้งๆ ที่ควรจะอยู่ที่ประมาณ 25-30 ไมโครกรัมเท่านั้น

ทั้งนี้ การหายใจเอาอนุภาคขนาดเล็กทั้งที่เป็นของเหลวและของแข็งนั้น สามารถเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดโรคหัวใจเป็นลมหมดสติ โรคระบบทางเดินหายใจ และแม้แต่โรคมะเร็ง และขณะที่ประเทศที่พัฒนาแล้วสามารถก้าวข้ามปัญหานี้ไปได้ในช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมา แต่จำนวนประชาชนที่เสียชีวิตจากคุณภาพอากาศเลวร้ายในประเทศกำลังพัฒนา ยังคงพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง

จากผลการศึกษาดังกล่าว พบว่า มลพิษทางอากาศ เป็นสาเหตุให้เสียชีวิตมากกว่าปัจจัยความเสี่ยงอื่นๆ เช่น การขาดสารอาหาร, โรคอ้วน, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการใช้ยาเสพติด และการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย โดยโครงการศึกษาภาระโรคระบาดโลก กำหนดให้มลพิษทางอากาศเป็นความเสี่ยงอันดับที่ 4 ที่คร่าชีวิตคน รองจากความดันโลหิตสูง,โรคเกี่ยวกับอาหาร และการสูบบุหรี่

 

จากหนังสือพิมพ์เเนวหน้า

 

7 โรคร้ายที่มาพร้อมหน้าหนาว

7 โรคร้ายที่มาพร้อมหน้าหนาว 
เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว ร่างกายก็ต้องสร้างภูมิคุ้มกันเตรียมพร้อมกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะอากาศที่เย็นสบายเป็นตัวการชั้นดีในการกระจายของไวรัสจึงต้องระวังโรคที่มากับฤดูหนาววันนี้

1. โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจอย่างเฉียบพลัน เชื้อต้นเหตุเป็นไวรัสอินฟลูเอ็นซาไวรัส (influenza virus) มีอาการหนาวสะท้าน มีไข้ คัดจมูก เจ็บคอ ปวดกล้ามเนื้อและปวดศีรษะรุนแรง การป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ควรดื่มน้ำให้มาก รับประทานยาหรือฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น หยุดพักผ่อน ใช้หน้ากากอนามัยป้องกันการแพร่เชื้อ และใช้ยาที่ถูกต้องจากแพทย์

2. โรคไข้หวัด(Common cold) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ มีลักษณะอาการใกล้เคียงกับโรคไข้หวัดใหญ่ มีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ไอจาม คันคอเป็นอาการเด่น การป้องกันโรคไข้หวัดยังไม่มีวัคซีนป้องกันเนื่องจากมีเชื้อไวรัสหลายชนิด แต่เบื้องต้นควรพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีคุณค่าให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำให้มาก และรับประทานยาตามอาการ เช่น หากมีอาการเจ็บคอ เลือกรับประทานยาแก้ไอขับเสมหะ

3. โรคปอดบวม(Pneumonia) หรือภาวะการอักเสบของปอด สาเหตุมักจะอยู่ในน้ำลายและเสมหะของผู้ป่วยและสามารถแพร่กระจายออกมาเวลาไอ จาม นอกจากนี้ยังเกิดจากการดมสารเคมี เช่น แอมโมเนีย ไนโตรเจน ไดออกไซด์ หรือการสำลักน้ำลายเศษอาหารและน้ำย่อย เบื้องต้นจะมีอาการไอ คัดจมูกก่อนและจะเริ่มด้วยไข้สูง มีอาการหนาวสั่น หายใจหอบ มีการเจ็บหน้าอกบริเวณที่อักเสบ การป้องกันโรคปอดบวมทำได้โดยหลีกเหลี่ยงจากคนปอดบวม ดื่มน้ำมากๆ และฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อโรคที่ทำให้เกิดปอดบวม

4. โรคหัด (Measles) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่เรียกว่ารูบีโอราไวรัส (rubeola virus) เกิดจากการไอ จามรดกันโดยตรงหรือหายใจเอาละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย ของผู้ป่วยที่ลอยอยู่ในอากาศเข้าไป มีอาการไข้ มักไอแห้งตลอดเวลา มีน้ำมูกมาก ปากและจมูกแดง เด็กอาจจะมีไข้สูงประมาณ 3-4 วัน จึงเริ่มมีผื่นจากหลังหูลามไปยังหน้าและร่างกาย โรคหัดสามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคเพียงครั้งเดียวในช่วงที่เด็กมีอายุ 9-12 เดือน

5. โรคหัดเยอรมัน (Rubella) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสรูเบลลาไวรัส (Rubella virus) ซึ่งมีอยู่ในน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย ติดต่อโดยการ ไอ จาม หรือหายใจรดกัน เช่นเดียวกับไข้หวัดหรือหัด ที่พบทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ มีอาการไข้และออกผื่นคล้ายหัด แต่มีความรุนแรงและโรคแทรกซ้อนน้อยกว่าหัด มีลักษณะเฉพาะคือผื่นเป็นเม็ดละเอียดสีแดง กระจัดกระจาย ทั่วร่างกายอย่างรวดเร็วภายใน 24 ชั่วโมงเท่านั้น และจะหายไปภายใน 3 วัน ซึ่งโรคนี้สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดตามช่วงอายุที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

6. โรคไข้สุกใส (Chickenpox/Varicella) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสวาริเซลลาไวรัส (Varicella virus) หรือ Human herpesvirus type 3 ติดต่อโดยการสัมผัสถูกตุ่มน้ำโดยตรงหรือสัมผัสถูกของใช้ที่เปื้อนตุ่มน้ำของคนที่เป็นสุกใส หรือสูดหายใจเอาละอองของตุ่มน้ำ จะมีผื่นขึ้นทั่วร่างกายเป็นผื่นแดงราบ บางที่เป็นตุ่มใส บางที่เป็นตุ่มกลัดหนอง และบางที่เริ่มตกสะเก็ด โดยปกติโรคไข้สุกใสสามารถหายได้เอง หลีกเลี่ยงการแกะเกา ดื่มน้ำให้มาก รับประทานอาหารตามปกติและพักผ่อนให้เพียงพอหรือฉีดวัคซีนป้องกันโรคสุกใสสามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 1 ปี

7. โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน (Acute Gastroenteritis) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสโรตาไวรัส (Rota virus)มักพบในเด็กทำให้เกิดอาการท้องเสียอย่างรุนแรง และมักมีอาการไข้ และอาเจียน การป้องกันเบื้องต้นทำได้โดยรับประทานอาหารที่สุก ล้างมือให้สะอาด จะช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจายได้

สำนักข่าว: เดลินิวส์

 
 

Second Mers case found in Thailand

The Public Health Ministry on Sunday announced the country’s second confirmed case of Middle East Respiratory Syndrome Coronavirus (Mers-CoV).

The patient is a 71-year-old man from Oman who travelled to Thailand on Jan 22 after having been treated at a hospital in that country for about one week for fever and a cough, according to Public Health Minister Piyasakol Sakolsatayadorn.

The man tested positive for Mers at Bamrungrad and Chulalongkorn hospitals.

The man was referred to Bamrasnaradura Infectious Diseases Institute on Saturday at 6.20pm and another laboratory test by the Medical Science Department confirmed he had contracted Mers.

Dr Piyasakol said the Omani man is now being quarantined at the Bamrasnaradura Infectious Diseases Institute of the Diseases Control Department.

The Public Health Ministry is looking for people who had contact with the patient. They included a relative who accompanied the patient, 218 crew and passengers who are still in Thailand, one taxi driver, a hotel employee, and 30 hospital staff.

These people will be kept under close surveillance for 14 days. Of them, 37 are categorised as high-risk. They are the patient’s relative, 23 air passengers, the taxi driver, the hotel employee, and 11 hospital staff.

Those with a high risk will also be quarantied.

Thailand confirmed its first case of Mers on June 18, last year. The patient was a 75-year-old male who travelled from Oman to Thailand. He was  treated and declared free from the virus and was allowed to leave the kingdom. The disease did not spread to others.

Bangkok post